KHR fic 8059: 大好きから [daisukikara] V *final*
posted on 04 Nov 2011 19:13 by aikotobaตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ฉันชอบนาย................................................
.
.
.
.
.
KHR fic : 大好きから [daisukikara] V *final*
Paring : 8059
Rate : PG-15
........................................................................................................
25/12/xx
นัยตาสีเขียวมรกตจดจ้องอยู่ที่หน้าจอมือตัวเองอยู่นานสองนาน ท้องนภาถูกย้อมเป็นสีดำมืด ตัดกับปุยหิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมาท่ามกลางบรรยากาศเย็นเฉียบ
“เหลืออีก 5 นาที”
ละสายตาจากจอภาพสี่เหลี่ยมที่ฉายหน้าปัดนาฬิกาเป็นตัวเลขดิจิตอล ’17.55 pm.’ มือบางกระชับผ้าพันคอสีแดงสด ไอควันสีขาวขุ่นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากสีระเรื่อที่สั่นระริก
เค่นยิ้มออกมา ให้กับเสียงรัวดังของก้อนเนื้อข้างซ้ายในอก
..................ไร้สาระน่า..........
...............เขาไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้นซักหน่อย!
ตัดสินใจนั่งลงบนม้านั่งตัวยาว นัยตาคู่สวยเหม่อมองผู้คนที่เดินกันขวักไขว่บนท้องถนนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีในค่ำคืนอันครื้นเครงของวันคริสมาสต์อีฟ
พาลนึกถึงใครบางคนที่เป็นต้นเหตุออกปากชวนให้ไปดูต้นคริสมาสต์ด้วยกัน แทนที่ตอนนี้เขาควรจะไปร่วมฉลองกับรุ่นที่ 10 ที่บ้าน
ใบหน้าสวยหันซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นไอ้บ้างี่เง่านั่นโผล่หัวออกมาซักที
“...ช้าเป็นบ้าเลย!”
................คอยดูนะ ถ้าไอ้มนุษย์เบสบอลงี่เง่ามาถึงเมื่อไหร่ เขาจะด่าให้ไม่เหลือซากเลย!
เหยียดปลายเท้าออกไปเขี่ยหิมะบนพื้นหญ้าเล่นเหมือนคนว่างงาน แต่ในใจนึกก่นด่าร่างสูงเต็มที่ ทั้งๆที่ตัวเองดันเป็นฝ่ายมาก่อนเวลาซะงั้น
อ๊ะ! แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากจะเจอไอ้บ้านั่นหรอกนะ.....................
......ก็แค่..................................
เพียงคิดแค่นั้น... รอยยิ้มบางก็ปรากฏบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว
วืดๆๆ
จู่ๆ โทรศัพท์ที่ถูกกุมอยู่ในมือบางก็ดันสั่นขึ้นมา ทำเอาใบหน้าสวยเหลือบไปมองสายที่โทรเข้ามา เรียกให้รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าน่ารักอีกครั้ง เมื่อพบว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นคนที่กำลังคิดถึงอยู่พอดี
เปิดฝาพับโทรศัพท์ขึ้นมาจ้องชื่อที่เขาเซฟเอาไว้ที่ต่างจากชาวบ้าน นิ้วหัวแม่มือตั้งท่าจะกดปุ่มรับ แต่มันดูสั่นผิดปกติ จนโกคุเทระเริ่มลังเลว่าควรจะทักอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอย่างไรดี จึงจะไม่ถูกจับได้ว่าเขากำลังตื่นเต้น
ตัดสินใจสูดอ๊อกซิเจนเข้าปอดเต็มที่ก่อนจะกดปุ่มรับ พยายามเปล่งเสียงออกไปให้ดูเป็นปกติมากที่สุด
“มะ...มีอะไร”
“โกคุเทระ นี่ฉันเองนะ!”
น้ำเสียงเหวอๆจากปลายสายฟังดูดังผิดปกติ แถมเสียงในโทรศัพท์ก็ฟังดูก้อง จนโกคุเทระนึกแปลกใจ
“เออ...รู้แล้วน่า!”
เสียงหวานแกล้งตอบไปแบบติดรำคาญ ในขณะที่กำลังพยายามหุบยิ้มอย่างถึงที่สุด
.............น่าหงุดหงิดใจชะมัด ที่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นสาวน้อยที่กำลังมีความรักยังไงยังนั้น
“ขอโทษทีนะ โกคุเทระ”
“...!”
เสียงเพลงดังอื้ออึงออกมาจากโทรศัพท์ จนเขาแทบจะไม่ได้ยินสิ่งที่ยามาโมโตะพูด แต่ก็พอจะจับใจความได้ เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่หุบลง................
“พอดีว่า มีงานฉลองที่แข่งเบสบอลชนะกระทันหัน เพราะงั้น...”
“ทาเคชิคุง~ ยินดีด้วยนะจ๊ะที่แข่งขนะ เราไปฉลองด้วยกันนะ!”
“เฮ้ย! ยามาโมโตะ รีบวางโทรศัพท์ได้แล้ว เขารออยู่คนเดียวนะเว้ย!”
เสียงปลายสายพูดต่อเหมือนลำบากใจ ก่อนที่เสียงของใครซักคนจะดังแทรกออกมาจากโทรศัพท์ เพียงแค่นั้นเขาก็พอจะเข้าใจความหมายทุกๆอย่างแล้ว............
“...เข้าใจแล้ว”
น้ำเสียงใสพูดทิ้งท้ายไว้สั้นๆ ก่อนจะกดวางสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มือบางเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีครีม นัยตาสีมรกตเหม่อลอยดูหม่นหมอง ใบหน้าหวานก้มลงมองพื้น ก่อนที่จะสบถคำพูดออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“...สุดท้ายแล้ว...แกก็ยังเห็นเบสบอลสำคัญที่สุด...”
ย้อนกลับไปเมื่อ 3 นาทีก่อน
ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“พอดีว่า มีงานฉลองที่แข่งเบสบอลชนะกระทันหัน เพราะงั้น...”
เสียงเพลงที่ดังอึกทึกทำให้ยามาโมโตะต้องพูดกึ่งตะโกนผิดกลับปลายสาย ที่ดูเงียบงันเกินเหตุ
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ.................
“ทาเคชิคุง~ ยินดีด้วยนะจ๊ะที่แข่งขนะ เราไปฉลองด้วยกันนะ!”
เด็กสาวน่าตาน่ารักที่เขาจำชื่อไม่ได้ แต่รู้สึกว่าจะเป็นเพื่อนข้างห้องที่มาคอยเชียร์ข้างสนามอยู่ประจำ ก็กระโดดมาเกาะแขนเขาด้วยท่าทางสนิทสนม
“เฮ้ย! ยามาโมโตะ รีบวางโทรศัพท์ได้แล้ว เขารออยู่คนเดียวนะเว้ย!”
แล้วไหนจะรุ่นพี่ปี 3 หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมที่ตะโกนเรียกเขาให้เข้ามาร่วมวงอีก
................ให้ตายสิ! สถานะการณ์มันดูยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งๆที่เขายังติดสายกับโกคุเทระอยู่เลยนะ!
“ครับๆ! เดี๋ยวผมตามไป!”
รีบบอกไปทั้งคู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และกว่าที่เขาจะปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียวได้ก็กินเวลาไปตั้งนานสองนาน
“อ่า...โทษทีนะโกคุเทระ”
มือหนารีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยท่าทางที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทั้งๆที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอีกคนไม่ได้อยู่ในสายเสียแล้ว
“ฉันอาจจะไปช้าหน่อย เพราะงั้นนายช่วยรออีกนิดนึงนะ”
“....”
“...โกคุเทระ?”
“...”
“...นี่ ฟังอยู่รึเปล่า...”
ตู๊ดๆๆๆ
เสียงสัญญาณของโทรศัพท์ดังขึ้น ทำเอาร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนที่จะก้มมองโทรศัพท์ของตัวเองอย่างงุนงง และนั่นก็ทำให้เขาได้รู้ว่า ร่างบางได้ตัดสายไปตั้งนานแล้ว
............แบบนี้...หมายความว่า โกคุเทระก็ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดไปเมื่อครู่นี้น่ะสิ!
มือสากยกขึ้นมายีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด ลางสังหรณ์มันบอกว่า ต้องมีอะไรซักอย่างที่ทำให้พวกเขาเข้าใจผิดกันแน่ๆ
ไวเท่าความคิด มือหนารีบกดโทรเบอร์ที่เพิ่งโทรไปล่าสุดอีกครั้ง
แต่ทว่า...
“ไง! มายืนทำอะไรอยู่ข้างนอกคนเดียว ยามาโมโตะ”
เสียงทักของเพื่อนร่วมคนนึงดังขึ้น พร้อมๆกับแรงผลักจากด้านหลัง ส่งผลให้มือหนาเผลอปล่อยโทรศัพท์ลงพื้น
โทรศัพท์สีดำเครื่องนั้นค่อยๆกลิ้งลงบันไดไปเรื่อยๆ จบด้วยการโดนรถสปอตสีแดงคันหรูที่ดันโผล่มาไม่รู้เวลาทับจนไม่เหลือชิ้นดีบนถนน
ส่งผลให้เพื่อนตัวดีมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ก่อนที่จะรีบขอโทษขอโพยยามาโมโตะที่ยังจ้องซากโทรศัพท์เละๆเครื่องนั้นเหมือนร่างไร้วิญญาณ
“เฮ้ย! ยามาโมโตะ! ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
ดูเหมือนว่าคนร่างสูงจะไม่ได้ฟังเสียงขอโทษของเพื่อนตัวเองเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าคมดูบิดเบี้ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาขบกรามอย่างไม่สบอารมณ์ จนเพื่อนร่วมทีมที่ยืนอยู่ข้างๆคนนั้นถึงกับขาสั่น
“บ้าชิบ!”
สบถออกมาดังลั่น ก่อนที่ขายาวจะก้าววิ่งออกไปยังสถานที่ที่นัดกับโกคุเทระเอาไว้ โดยทิ้งซากโทรศัพท์เละๆนั่นไว้เบื้องหลัง......................
.
.
.
.
.
สองขาวิ่งตรงไปด้านหน้า
วิ่งฝ่าผู้คนมากมายที่ดูเหมือนจะเคลื่อนที่สวนทางกับเขา
นัยตาสีเปลือกไม้กวาดตามองภาพรอบข้างที่หมุนผ่านอย่างรวดเร็ว
หิมะสีขาวบริสุทธ์ โปรยปรายลงมาหนักกว่าเก่า
อากาศที่ยิ่งหนาวเหน็บ ยิ่งทำให้ขายาวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
...........เร็ว................เหมือนเสียงหัวใจของเขา
ยืนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เบื้องหน้าเป็นทิวทัศน์ของสวนหย่อม สถานที่ที่เขานัดกับโกคุเทระเอาไว้...................
พยายามสอดส่องมองหาคนร่างบาง
แต่ภาพตรงหน้ากลับว่างเปล่า
........................ไม่มีใครนั่งรออยู่ตรงนั้นเลยซักคน
สงสัยว่าเขาจะมาช้าไป..........................
นึกอยากจะหัวเราะให้กับความงี่เง่าของตัวเอง แต่มันก็ขำไม่ออก
ในหัวใจรู้สึกเจ็บแปลกๆ...................
ตัดสินใจหันหลังกลับไปยังทางที่เพิ่งจากมา ด้วยท่าทางห่อเหี่ยว
แต่สายตาก็ดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า........................?
อะไรบางอย่าง ที่พอจะทำให้ลมหายใจของเขากระตุกวูบ
ภาพของร่างบางในชุดเสื้อโค้ทสีครีม ที่กำลังจะเดินเข้าไปในอพาทเม้นต์ของตัวเอง ตรงถนนฝั่งตรงข้ามกับเขา......................
เพียงเห็นภาพตรงหน้า มันก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ขายาวค่อยๆก้าวพาเขาให้เดินฝ่าถนนไปยังฝั่งตรงข้าม
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ...........................
พอรู้ตัวอีกที เขาก็วิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายเสียแล้ว!
ขาเรียวที่ก้าวไปข้างหน้าหยุดลงที่หน้าประตูไม้ห้องตัวเอง
ในมือบางมีเพียงโทรศัพท์เครื่องนึงที่กำเอาไว้แน่น
..........................เหมือนกับว่ากำลังรอให้ใครบางคนโทรเข้ามา
นัยตาสีมรกตหลุบต่ำลงมองกลอนประตูสีเงินวาว แต่กลับไม่ได้มีภาพนั้นอยู่ในหัวเลยซักนิด
“งี่เง่า...”
ริมฝีปากบางสบถออกมาเบาๆ รู้สึกเหมือนกับเสียงของตัวเองกำลังสั่น มือบางยิ่งกำโทรศัพท์แน่นมากขึ้น เมื่อใบหน้ายิ้มแย้มของใครบางคนผุดขึ้นมาในความคิด
รีบส่ายหน้าไปมา สะบัดความคิดงี่เง่าออกจากหัวเป็นรอบที่ร้อย ก่อนที่จะตัดสินใจผลักประตูเข้าไปในห้องของตัวเอง......................................
“โกคุเทระ!!!”
ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นบ้าเป็นหลัง เช่นเดียวกับฝีเท้าที่เร่งจนสุดกำลังเพื่อไปยังที่หมาย ทำเอานัยตาสีสวยที่ดูสั่นระริก ตวัดหันมามองเขาอย่างตกใจ
“...อะ...ไอ้บ้า...”
อยากจะร้องเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่มันก็ทำได้ ในคอมันแห้งผากไปหมด เพียงแค่เห็นร่างสูงวิ่งเข้ามาใกล้ขึ้นมากเท่าไหร่ ตัวเขาก็เหมือนอยากจะหนีไปให้ไกลมากเท่านั้น
หลุบตาต่ำลงมองพื้น กัดริมฝีปากบางชั่งใจ ตัดสินใจหันหลังให้อีกฝ่าย ก่อนที่ประตูจะปิดลง.......................
“รอเดี๋ยวสิ! โกคุเทระ!”
เอื้อมมือให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะคว้าข้อมือบางเอาไว้
และในที่สุด..................................
.........................เขาก็คว้ามันเอาไว้ทัน
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”
มือบางพยายามสะบัดข้อมือที่ถูกกอบกุมอยู่ออก น้ำเสียงที่เขารอฟังมาทั้งวันตวาดใส่อย่างฉุนเฉียว พร้อมกับแรงน้อยๆที่คอยต่อต้านไม่ยอมลดละ
“ไม่! ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย”
“แต่ฉันไม่มี!”
รีบสวนอีกฝ่ายกลับทันควัน นัยตาสีสวยยังคงจ้องมองยามาโมโตะอย่างเอาเรื่องไม่เคยเปลี่ยน
“แต่ฉันมี!!!”
ตะโกนแข่งกับโกคุเทระโดยไม่คิดจะยอมแพ้ ก่อนที่เขาจะดึงลำตัวบางเข้ามากอด ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาเหมือนฝน
ทำเอาคนดื้อดึงที่อยู่ในอ้อมกอดแกร่งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองเหมือนเป็นอัมพาต คำพูดต่อว่าอะไรต่อมิอะไรถูกกลืนหายลงคอไปจนหมด ได้แต่ยืนทื่อเป็นตอไม้อยู่อย่างนั้น
“...ขอโทษนะ”
บอกอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวล แขนทั้งสองกระชับลำตัวบางในอ้อมกอดให้แนนยิ่งขึ้น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายหนีไปไหน ก่อนที่จมูกของเขาจะกดลงบนเรือนผมสีเงินนิ่ม
“...ขอโทษทำไม?”
“....”
“...ในเมื่อเบสบอลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแก....”
“...!?”
“แกควรจะกลับไปฉลองกับทีม มากกว่าที่จะมาหาฉันนะ.......”
พูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เหมือนไม่ใช่เสียงของตัวเอง รู้สึกร้อนๆที่ขอบตา ไหล่บางทั้งสองข้างสั่นเทาไปหมด ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าเขาจะอ่อนแอได้มากถึงขนาดนี้
“บะ...บางทีการที่แกทำแบบนี้...อาจจจะเป็นเพราะ....แค่รู้สึกผิด...หรือ...สับสน”
พยายามอย่างมากถึงมากที่สุดเพื่อที่จะข่มเสียงสะอื้นเอาไว้ ทั้งๆที่น้ำตามันไหลออกมาไม่ยอมหยุด ใบหน้าหวานซุกกับแผ่นอกหนา เพื่อที่จะซึมซับความอุ่นนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ระ...เรื่อง....ระหว่างเราน่ะ...”
“ไม่จริง!”
“....”
“...ฉันไม่เคยโกหกความรู้สึกของตัวเอง!”
“...”
“...แล้วเบสบอลก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉันด้วย!”
มือหนารั้งใบหน้าหวานให้เงยขึ้นมองหน้าตัวเอง ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินไร้รอยเลือดที่ร่างสูงหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ถูกเอามาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างแผ่วเบา
“โกคุเทระ........นายต่างหาก..........”
“..........”
“คือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน...........”
น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นถูกส่งให้คนตัวเล็กกว่าได้รับรู้ ก่อนที่ใบหน้าคมจะก้มลงจรดริมฝีปากบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา และเนิ่นนาน.................................
ละริมฝีปากออกมา พร้อมๆกับเรียวนิ้วสากที่เกลี่ยใต้ขอบตาแดงของคนน่ารัก
....ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลยจริงๆ
เป็นเพราะว่าเขารึเปล่านะ ที่ทำให้โกคุเทระเป็นแบบนี้.......................?
“....รอนานรึเปล่า?”
เอ่ยถามอีกฝ่าย พลางลูบเรือนผมสีเงินอย่างทะนุถนอม ในขณะที่รอยยิ้มอันอ่อนโยนถูกส่งให้กับโกคุเทระที่หน้าแดงซ่านซะจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้ว
“นานสิ!... นานมากด้วย!”
ส่งผลให้คนตัวเล็กกว่ารีบแหวใส่อีกฝ่ายแก้เขิน คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปบิดจมูกของยามาโมโตะอย่างหมั่นไส้ ทำให้คนตัวเนียนร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร
....................แต่นั่นแหละ
...........................ที่ทำให้ดูน่ารัก......
ริมฝีปากบางเผยยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเอง
มือขาวนวลยกขึ้นปิดตาทั้งสองข้างของร่างสูง เพียงชั่ววินาทีที่เขาเขย่งปลายเท้าขึ้น...............................
“ชดใช้มาเลยนะ....เจ้าบ้า!”
..............ริมฝีปากของพวกเขาก็สัมผัสกัน............................
~Happy End~
ชั่ววินาทีที่เหมือนกับว่าเวลาได้หยุดเดิน ใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อรีบออกมาจากใบหน้าคม ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเร่งฝีเท้าเดินหนีร่างสูงไป ทิ้งให้ยามาโมโตะตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง
“แฮะๆ...”
ยิ้มหัวเราะให้กับตัวเองก่อนที่จะรีบเนียนกระโดดกอดคนตัวเล็กกว่า ทำเอาร่างบางที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของเขาหันหน้ามาต่อว่าด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“โกคุเทระ!!!”
“มะ...มีอะไร!”
ริมฝีปากหนายิ้มกว้างออกมา พลางโน้มใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่าย
.............................ก่อนที่จะกระซิบพูดคำบางคำออกมา
“大好き!!!”
จบจริงๆแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว!!!
ในที่สุดความใฝ่ฝันที่จะได้เขียนคำว่า happy end อักครั้งก็เป็นความจริง!!!
อ่า...จบแล้วเนอะ ฟิคเรื่องนี้ บอกตามตรงเลยว่า รู้สึกอยากจะเขียนคู่นี้ให้ได้หลายๆมุมมอง และจะพยายามเขียนต่อไปค่ะ!!!
(แต่ช่วงนี้เกิดอารมณ์ที่อยากจะแต่ง1859ตงิดๆ)
เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ เอาเป็นว่าขอบคุณทุกๆเม้นนะค้ะ อ่านแล้วก็ซึ้ง(?)
อันที่จริงแล้ว จขบ. ก็อยากจะตอบเม้นในเอนทรี่นี้เหมือนกัน แต่ด้วยอาการพิมพ์ช้าและขี้เกียจและเนื่องมาจากไม่ค่อยมีเวลา เอาเป็นว่าเอนทรี่หน้าจะมาตอบเม้นนะค้ะ!!!
ลาล่ะค่ะ~(โบกมือ)
อย่าลืมติดตามอ่านฟิคเรื่องหน้านะค้ะ! (ปาดเหงื่อ)







ชอบๆ ใสๆ ซึ้งๆ ตอนแรกตกใจมากนึกว่าเนียนจะเบี้ยวนัด ฮืออออ
แต่ที่ไหนได้ ยังไงน้องก๊กก็สำคัญกว่าอยู่แล้ว!!
#1 By Roku-san on 2011-11-05 12:42