ไม่พูดมาก เอาเป็นว่าขอประเดิมด้วยฟิคก่อนก็แล้วกันค่ะ
.
.
.
.
.
.
[S.FIC 8059] : THIS MORNING
PARING : PG
เสียงผิวปากดังขึ้นเบาๆจากม้านั่งตัวหนึ่งบนชานชลา ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันขวักไขว่ ร่างสูงเจ้าของเสียงนั้นนั่งกางแขนอย่างสบายใจ กระเป๋านักเรียนสีน้ำเงินถูกวางกองกับพื้นอย่างไม่ใยดี
นัยน์ตาสีเปลือกไม้เหม่อมองรถไฟอีกขบวน ที่กำลังเตรียมจะวิ่งออกไปเหมือนกับขบวนที่ผ่านๆมา
สะดุ้งตัวขึ้นเมื่อเสียงปลุกของโทรศัพท์เตือนขึ้นมาว่า ตอนนี้มัน9โมงกว่าๆแล้ว
คำว่า ’สายแล้ว’ เด้งขึ้นมาในหัวไม่รู้กี่พันล้านรอบ
แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเมินเฉย นั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ตรงนั้นต่อไป ผิดกับคนอื่นๆที่พากับกรูเข้าไปในรถไฟเบียดๆนั่น
...ดูเหมือนว่าการไปโรงเรียนสายจะกลายเป็นเรื่องชินชาสำหรับเขาไปแล้ว
“ตุบ!”
เสียงหนักๆของอะไรสักอย่างถูกเขวี้ยงลงไปกองกับพื้น เรียกความสนใจให้ร่างสูงหันไปมองใครบางคนที่กำลังนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกับเขา
สิ่งแรกที่สะดุดสายตา คือ เรือนผมสีเงินเป็นประกาย กับนัยน์ตาสีมรกตที่ดูโดดเด่น...
ร่างบางนั่งกอดอก ใบหน้าขาวด้านข้างบูดบึ้ง ดูก็รู้ว่ากำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง ขาเรียวเขี่ยกระเป๋าใบโตของตัวเองที่วางอยู่บนพื้นไปมา เหมือนจะระบายอารมณ์
ลอบยิ้มให้กับท่าทางน่าเอ็นดูตรงหน้า
.............................น่ารักแฮะ
ดูเหมือนว่าคนถูกแอบมองจะรู้ตัว ใบหน้าหวานหันขวับมาทางเขา นัยน์ตาสีสวยนั้นจ้องใบหน้าคมอย่างเอาเรื่อง ทำเอาร่างสูงใจหายวาบ ถึงกับอ้ำๆอึ้งๆทำอะไรไม่ถูก
“มองอะไร...ไม่เคยเห็นคนเหรอ!?”
เสียงหวานตะคอกใส่อย่างไม่พอใจ ส่วนคนฟังก็ได้แต่นั่งทำหน้าเหวอ
“อ่า...ก็เคยเห็นนะ แต่คนแบบนายนี่ไม่เคยเห็นหรอก”
ตอบกลับไปตามความเป็นจริง หากแต่อีกฝ่ายกลับมองว่าเป็นการกวนประสาทกันซะงั้น
“กะ แก๊!~ อย่ามากวนประสาทฉันตอนนี้นะ!”
ร่างบางลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าเขาด้วยท่าทางไม่สมตัว ใบหน้าน่ารักบูดบึ้ง มือบางคว้าเอากระเป๋าใบโตมากระหน่ำฟาดใส่ แต่โชคยังดีที่เขาหลบทันซะก่อน
หัวเราะออกมาเบาๆในขณะที่นัยน์ตาคมเหลือบมองร่างบางที่กำลังหอบเหนื่อย
ยังไม่ทันไร คนขี้วีนก็ตวัดหันมามองตาขวางใส่ร่างสูงอีกรอบ
...............................ดูเหมือนจะมีเรื่องต้องให้เถียงกันอีกยาว
เสียงใสสบถขึ้น ก่อนร่างบางจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆร่างสูงตามเดิม
“คอยดูนะ ถ้าเจอกันคราวหน้า ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
นึกขำให้กับท่าทางที่ดูมั่นอกมั่นใจของคนตรงหน้าจริงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่ายากล่ะ ที่จะมาโรงเรียนให้สายพอๆกับเขาได้
“นายคงไม่ได้เจอฉันหรอก อันที่จริงแล้วฉันมาสายกว่านี้อีก”
เขาพูดพลางยิ้มให้
“ขี้เซา...ตื่นสายจนเป็นนิสัยล่ะสิ”
ใบหน้าหวานหันมามอง ริมฝีปากบางเหยียดยิ้ม ส่วนคนร่างสูงก็ได้แต่ยักไหล่ ทำไงได้ ก็นิสัยแบบนี้มันแก้ไม่หายซักทีนี่นา
“ฮะๆ พูดยังกับว่านายไม่เคยตื่นสายยังงั้นแหละ”
“อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยไปโรงเรียนสายบ่อยๆอย่างแกก็แล้วกัน”
ยิ้มน้อยๆให้กับคำพูดยอกย้อนของร่างบาง ในหัวนึกสรรหาคำพูดต่างๆนานาออกมาชวนคุย แต่สมองดันตื้อขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“อ่า...หลับไม่เต็มอิ่มระวังจะหน้าแก่นา...”
“ชิ!...นอนมากไปก็ระวังตัวจะขึ้นอืดนะ!”
เสียงหวานแซวกลับ พร้อมๆกับริมฝีปากสีระเรื่อที่คลี่ยิ้มหัวเราะออกมา
.....................ไม่รู้ทำไม แวบแรกที่เห็นรอยยิ้มน่ารักนั่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวก็ดูเหมือนจะสว่างสดใสไปเสียหมด
จ้องมองภาพตรงหน้านั้นอย่างลืมตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
สะดุ้งตัวอีกที เขาก็เห็นร่างบางเดินลากกระเป๋านักเรียนใบโตขึ้นรถไฟไปซะแล้ว
ยังเสียดายอยู่ไม่หาย ได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ทำไมถึงลืมถามชื่อไปได้นะ!
ถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะกลับมาอยู่ในโหมดเหม่อลอยอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างคนดีๆอย่างเขาอยู่ ทันทีที่นัยน์ตาคมเหลือบเหลือบมองด้านข้าง เขาก็เห็นอะไรบางอย่างตกอยู่ตรงม้านั่ง
มือหนาหยิบของที่ว่าขึ้นมาดู ก็พบว่ามันคือบัตรประจำตัวนักเรียน
.....................สงสัยว่าเด็กคนเมื่อกี้จะทำตกไว้
เพ่งมองตัวหนังสือคันจิตัวใหญ่เท่าเบ้งที่ปรากฏเด่นอยู่ในบัตร
ยิ้มกว้างออกมาถ้าเขาอ่านไม่ผิดนะ
.
.
.
.
.
“โกคุเทระ ฮายาโตะ”
“ฮ้าว~!”
ยามาโมโตะอ้าปากหาววอดใหญ่ คงเพราะไม่เคยตื่นเช้ามาก่อน เขาถึงได้ง่วงนอนมากขนาดนี้
เปลือกตาที่หนักอึ้งเหล่มองซากเปลือกลูกอมรสกาแฟที่กองอยู่กับพื้นนับโหล กินเท่าไหร่ก็ไม่หายง่วงซักที รู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นสโตรกเกอร์โรคจิตที่ถ่างตาตื่นมานั่งดักรอใครบางคนแต่เช้าตรู่ ก้มลงมองนาฬิกาในโทรศัพท์ด้วยท่าทางสะลึมสะลือเต็มที่
นี่มันจะ 7 โมงเช้าแล้วนะ ทำไมคนขี้วีนถึงยังไม่โผล่หน้ามาซักทีเนี้ย!?
ร่างสูงนั่งหาวแล้วหาวอีกบนม้านั่งตัวเดียวกันกับเมื่อวาน
ตั้งใจกะจะของีบซักแป๊บนึง แต่สายเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นร่างของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปในตัวรถไปพอดี
ความง่วงถูกสลัดหายเป็นปลิดทิ้ง มือหนาคว้ากระเป๋านักเรียนมาสะพาย ก่อนจะรีบวิ่งตามร่างบางไป
มองซ้ายมองขวาหาคนร่างบางท่ามกลางฝูงชนที่แออัดแน่นในรถไฟ ปกติเขาเคยขึ้นแต่รถไฟรอบสายๆ ไม่ยักรู้นะว่ารถไฟในตอนเช้าคนจะมากขนาดนี้
ได้ยินเสียงจอแจของผู้คน ทันทีที่มองเห็นร่างบางยืมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
ร่างสูงรีบเดินฝ่าคนเข้าไปหาเจ้าของเรือนผมสีเงินโดยไม่ต้องคิด
เห็นใบหน้าหวานตรงหน้าก้มงุดลงอ่านหนังสือเล่มหนาที่ถืออยู่ในมือเล็กๆคู่นั้น
ตัดสินใจนั่งลงตรงที่นั่งข้างๆร่างบางที่เว้นเอาไว้ที่เดียวพอดี แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้สึกตัวเลยซักนิด
“ไง! เจอกันอีกแล้วนะ”
ส่งเสียงทักคนที่ขะมักเขม้นอ่านแต่หนังสือ ทำเอาใบหน้าน่ารักหันมามองทางเขาอย่างตกใจ
“แก! ไอ้บ้าน่ารำคาญเมื่อวานนี่”
คนพูดดูจะแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าเขา นัยน์ตาสีสวยที่จ้องมาทำเอาใจสั่น จนยามาโมโตะต้องแกล้งเสมองไปทางอื่น นึกดีใจอยู่ลึกๆ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยังจำเขาได้
“...............ทำไมวันนี้มาเช้า?”
“อ่า.............พอดี วันนี้มีงานที่โรงเรียนน่ะ”
ร่างสูงยิ้มเนียนๆ มือหนาข้างนึงยกมาเกาแก้มแก้เก้อ จะให้พูดไปได้ยังไงล่ะว่าที่อุตริดตื่นมาแต่เช้าเพราะแค่อยากมาเจอหน้านาย...................
“อื้อ....ท่าทางจะอดนอนมาล่ะสิ...”
คนตัวเล็กกว่าแซวพลางกลั้นหัวเราะ ส่วนอีกคนได้แต่ยิ้มแหยๆ นี่เขาถูกอ่านใจอยู่รึเปล่าเนี้ย...?
คุยกันได้ไม่เท่าไร ร่างบางก็ทำท่าจะลงจากรถไฟซะแล้ว ประตูหนาค่อยๆเปิดออกที่หน้าสถานี
มือน้อยๆเก็บหนังสือลงกระเป๋า ก่อนจะเดินลากกระเป๋าออกไปเหมือนอย่างที่เคยทำ
กำลังจะโบกมือให้ร่างบาง แต่ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าเข้าลืมอะไรบางอย่างไป
มือหนารีบควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าเรียน ทันทีที่หยิบบัตรนักเรียนที่ไม่ใช่ของตัวเองออกมา ร่างบางก็กำลังจะก้าวออกจากรถไฟพอดี
“กะ...โกคุเทระ!”
ตะโกนดังสุดเสียง ทำให้ใครหลายๆคนหันมาทางเขาเป็นตาเดียว
รวมทั้ง....................เจ้าของชื่อด้วย
ขายาวรีบก้าวให้เร็วที่สุด เพื่อไปถึงตัวร่างบางที่ยังยืนทำหน้าเหวออยู่
“อ่า...อันที่จริงฉันตั้งใจจะคืนให้นายตั้งนานแล้ว แต่ดันลืมซะได้”
เขาพูดพลางยืนบัตรประจำตัวนักเรียนให้ ร่างบางที่ยังยืนเหวออยู่
“อะ...อื้อ”
มือบางรับบัตรมา ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างกับร่างสูง แต่สัญญาณเตือนรถไฟครั้งสุดท้ายดันดังขึ้นมา ทำให้โกคุเทระรีบวิ่งลงจากรถไฟเสียก่อน
มองดูร่างบางนั้นกำลังเก็บบัตรใส่กระเป๋า เรือนผมสีน้ำเงินสะบัดเล็กน้อย เมื่อใบหน้าน่ารักหันกลับมามองเขาที่ยืนติดหน้าต่างรถไฟ
เห็นริมฝีปากสีชมพูอ่อนเผยยิ้มน้อยๆมาให้
เกิดอาการค้างไปชั่วขณะ ทำอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่ยืนทื่ออยู่ตรงนั้นนานสองนาน
ภาพเมื่อกี้ยังวนเวียนอยู่ในหัว ในขณะที่รถไฟเคลื่อนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
มือหนายกขึ้นมาหยิกแก้มตัวเอง ตอกย้ำว่าภาพที่เห็นเมื่อกี้ใช่ความฝัน
ยิ้มกว้างออกมาห้ามไม่อยู่ ไม่รู้จะเก็บอาการไปเพื่ออะไร
.
.
.
.
.
...............................บางทีการไปโรงเรียนเช้า ก็มีประโยชน์เหมือนกันแฮะ
เสียงฮัมเพลงดังขึ้น ขณะที่ร่างสูงกำลังซดกาแฟเป็นถ้วยที่7ของเช้านี้
วันนี้ยามาโมโตะตื่นเช้าเป็นวันที่ 2 ใบหน้าคมยิ้มแย้มอารมณ์ดี ผิดกับขอบตาสีดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า นึกถึงใบหน้าของบรรดาเพื่อนๆตอนตกใจที่เห็นเขามาโรงเรียนแต่เช้าก็อดขำไม่ได้ทุกที
เปลือกตาทำท่าจะปิดอยู่รอมร่อ จนเขาต้องใช้มือทั้ง 2 ข้างถ่างมันเอาไว้
แต่ก็นะ...ความรู้สึกทรมานตอนนี้เทียบไม่ได้เลย กับการที่จะได้เจอใบหน้าน่ารักของโกคุเทระทุกวัน
สะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความง่วง จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงร่างของใครบางคนที่มาหยุดยืนตรงหน้า
“ไง! วันนี้มีงานโรงเรียนอีกแล้วเหรอ?”
น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นจากข้างหน้า ทันทีที่ร่างสูงมองขึ้นไปก็ทำเอานัยตาคมสว่างทันที
“กะ โกคุเทระ!?”
“ใครใช้ให้แกเรียกชื่อฉันไม่ทราบ!”
ได้ยินเสียงใสๆบ่นงึมงำ ใบหน้าหวานสะบัดหนีหน้าเขา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการง่วงนอนรึเปล่า ร่างสูงถึงเห็นรอยสีแดงจางๆขึ้นอยู่ที่ใบหูขาว
“อา...งั้นนายก็เรียกชื่อฉันแทนสิ จะได้หายกัน”
คนพูดค่อยๆลุกจากม้านั่ง มือใหญ่แอบหย่อนแก้วกาแฟพลาสติกลงไปในถังขยะโดยไม่ให้ร่างบางสังเกตเห็น ยังไงก็ต้องรักษาอิมเมจของตัวเองไว้ก่อนล่ะนะ
“จ้างให้ก็ไม่เรียกหรอก!”
เสียงหวานรีบสวนขึ้นมาทันควัน นัยน์ตาสีมรกตมองค้อนใส่ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในตัวรถไฟ โดยมีเขาเดินหัวเราะตามไปติดๆ
วันนี้คนในรถไฟดูจะแน่นผิดปกติ ไม่ว่าจะมองไปจากมุมไหนที่นั่งก็เต็มไปหมด ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่ยามาโมโตะจะต้องยืนจับราวอยู่กับโกคุเทระท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัด
เสียงหวานสบถออกมาเป็นระยะๆ แต่น่าแปลกที่ร่างสูงไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย
มือหนาควานหยิบเอาหูฟังมาเสียบที่หูตัวเองข้างนึง ก่อนที่จะแอบใส่มันเข้าไปในหูเล็กๆนั่นอีกข้างนึง
เห็นไหล่บางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อคนตัวเล็กได้ยินเสียงเพลงทำนองสบายๆที่ดังขึ้นในหู
ใบหน้าหวานหันมองทางเขาอย่างแปลกใจ ก่อนจะรีบก้มลงมองพื้น
....................แน่นอนว่า ไม่มีใครเห็นรอยยิ้มน้อยๆที่ถูกซ่อนไว้
“กึกๆ!”
ได้ยินเสียงล้อรถไฟสีกับรางดังเสียดหู เหงี่ยหูฟังเสียงยานๆของพนักงานสาวที่ประกาศในรถไฟว่าเกิดเหตุขัดข้องชั่วคราว รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในตัวรถไฟที่โคลงเคลงสองสามที ก่อนที่ร่างบางจะเซถลาเข้ามาในอ้อมแขนแกร่งของเขา
“อ๊ะ...!”
อารามตกใจทำให้คนตัวเล็กกว่ารีบกอดร่างสูงเอาไว้แน่น เล่นทำคนถูกกอดเกือบจะลืมหายใจไปซะแล้ว
รู้สึกเหมือนตอนนี้ตัวเองกำลังถูกแช่แข็งทั้งเป็น สมองกลวงๆไม่สามารถประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าได้ทัน นี่ขนาดเพลงที่ดังกระหึ่มในหู เขายังฟังไม่รู้เรื่องเลยว่ามันร้องว่าอะไร
ได้กลิ่นหอมอ่อนๆของเรือนผมสีเงินโชยเข้ามาในจมูก สัมผัสจากลำตัวบางที่นุ่มนิ่มซะยิ่งกว่าตุ๊กตายิ่งทำเอาสติของคนตัวสูงยิ่งกระเจิดกระเจิง
จะขยับตัวไปไหนก็ยังไม่กล้า ได้แต่กรอกตามองซ้ายทีขวาที เหมือนว่ารอบๆตัวมันมีอะไรให้น่าสนใจนักหนา นึกคาดโทษตัวเองอยู่ในใจ งี่เง่าจริงๆ โอกาสทองแบบนี้เขาควรจะคว้าไว้ไม่ใช่รึไง...?
สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่ทีอยู่ออกมา มือหนาที่สั่นเทาค่อยๆเอื้อมไปโอบรอบเอวบางอย่างนุ่มนวล
รู้สึกได้ว่าลำตัวบางสะดุ้งขึ้นน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
ใบหน้าหวานค่อยๆซุกเข้าไปที่แผ่นอกกว้าง
รู้สึก..............................
.......อบอุ่น............?
ใบหน้าคมค่อยๆก้มลงมองคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด พอดีกับนัยตาสีมรกตที่ช้อนขึ้นมองหน้าเขาช้าๆ ริมฝีปากสีระเรื่อถูกเม้มติดกันเป็นเส้นตรง พวงแก้มใสกลายเป็นสีแดงก่ำน่าหลงใหล
นัยตาสีสดรีบเสมองไปอีกทาง ใบหน้าหวานก้มงุดด้วยอาการเขินอาย รู้สึกได้ว่าตอนนี้ก้อนเนื้อตรงอกของตัวเองกำลังเต้นรัว
.......................บรรยายไม่ถูกเลย ว่าภาพตรงหน้ามันน่ารักขนาดไหน
นึกอยากจะตะโกนให้ดังลั่นไปทั่วรถไฟเลย อย่างน้อยความอดทนของเขามันก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะ!...........
พยายามข่มใจ บอกตัวเองเป็นหลายล้านรอบว่าอย่าคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ไม่งั้นมีหวังหัวใจได้เต้นออกมานอกอกแน่ๆ
แต่ว่านะ..................................
...............อยู่แบบนี้ไปนานๆมันก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ...
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ลำตัวบางก็ค่อยๆผละออกมาจากอ้อมแขนของร่างสูง ใบหน้าหวานก้มจนคางแทบจะติดกับคอตลอดทาง ไม่มีใครเปิดปากพูดอะไรออกมา รู้แต่ว่าตอนนี้เขาคงยังไม่กล้าที่จะมองหน้าโกคุเทระตรงๆ
ทันทีที่รถไฟถึงที่หมาย โกคุเทระก็รีบปรี่ลงไปทันที ไม่มีใบหน้าหวานหันกลับมายิ้มน้อยๆให้เหมือนเมื่อวาน และแน่นอนว่ายามาโมโตะก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่
ร่างสูงยืนแข็งเป็นหิน ใบหน้าคมแดงเถือก
กระเป๋านักเรียนหล่น ’ตุบ’ อยู่กับพื้น แต่เจ้าของก็ไม่คิดที่จะใส่ใจมัน
อา.........................
สงสัยอาการเขาจะหนักจริงๆ................
บิดขี้เกียจไปมาในขณะที่เดินออกจากรถไฟ วันนี้ร่างสูงตื่นแต่เช้าแต่ก็ดันไปโรงเรียนสายตามระเบียบ เพียงเพราะว่าตัวเองนั่งรถไฟเพลินจนเลยสถานีที่ตัวเองจะลง
สติเหมือนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมื่อเช้า ก็พาลให้คนร่างสูงเกือบจะเดินชนเสาไฟทุกที
ก้มลงมองนาฬิกาในโทรศัพท์ ถอนหายใจเป็นพันรอบของวันนี้เมื่อเวลามันปาเข้าไป 2 ทุ่มกว่าๆแล้ว
ทั้งๆที่คิดว่าจะรีบกลับบ้านไปซ้อมนอนตั้งแต่ตอนเย็น แต่ก็เผลอซ้อมเบสบอลจนดึกอีกจนได้.................
............พรุ่งนี้มีลางว่าตัวเองจะต้องตื่นสายแหงๆ
ขายาวเดินตรงไปที่ม้านั่ง ตั้งใจไว้แน่วแน่ว่าเขาจะนอนมันตรงนั้นแหละ
ทำท่าจะนอนลงไปอยู่รอมร่อ แต่แล้วก็ต้องรีบเปลี่ยนความคิด เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นโกคุเทระนั่งอยู่ตรงนั้นพอดี
ไวเท่าความคิด ยามาโมโตะรีบแจ้นเข้าไปนั่งข้างๆคนตรงหน้าทันที ทำเอาใบหน้าน่ารักที่หันมามองดูตกใจนิดหน่อย
“ไม่กลับบ้านเหรอ.......?”
ร่างสูงถาม แต่ร่างบางกลับมีท่าทีอึกอักผิดสังเกต
“ฉะ ฉัน ฉัน.....มาซื้อของ!”
.................ซื้อของ.......ตอนนี้เนี้ยนะ!?
เหลือบมองโกคุเทระในชุดนักเรียนตัวเดียวกันกับเมื่อเช้า ในมือบางถือหนังสือเล่มนึงที่ดูเหมือนจะอ่านค้างไว้อยู่ ท่าทางไม่เหมือนคนมาซื้อของเลยซักนิด
ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอก แต่อย่างน้อยซัก 0.01 เปอร์เซ็นต์มันก็เป็นไปได้นะ ที่โกคุเทระจะมานั่งรอเขา..............
“ละ แล้วก็ๆๆ กะ กำลังจะกลับแล้วด้วย!”
เสียงหวานพูดตะกุกตะกัก พร้อมๆกับปิดหนังสือซะดังจนเขากลัวว่ามันจะร้องออกมาว่าเจ็บ นัยตาสีสดเลี่ยงที่จะสบตากับร่างสูงตรงๆ อาการแบบนี้ขนาดเด็กป.3 ยังดูรู้เลยว่าเจ้าตัวกำลังโกหก
“ฮะๆ ฉันก็เหมือนกัน เพิ่งจะซ้อมเบสบอลเสร็จน่ะ”
เลือกที่จะละเลยคำโกหกของคนตัวเล็กกว่า แกล้งพูดตามน้ำไป เผื่อบางทีเขาอาจจะได้เนียนไปส่งโกคุเทระที่บ้าน
ตั้งใจจะเอ่ยปากขออาสาไปส่งร่างบางที่บ้านอยู่แล้ว ถ้าเกิดว่าเสียงใสไม่ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน
“....นี่! อะ...ไอ้ขี้เซา.....”
“หืม?.......”
“......”
“......”
“......อ่า....กลับบ้านด้วยกันไหม!?”
ตกใจสุดขีด เมื่อเสียงที่พูดไม่ใช่เสียงของตัวเอง นี่หูเขาคงไม่ได้ฝาดไปหรอกนะว่าโกคุเทระกำลังเป็นฝ่ายชวนกลับบ้าน!
นัยตาสีเปลือกไม้จ้องมองคนพูดอีกหลายๆรอบ เหมือนกำลังจะถามซ้ำให้แน่ใจว่าเขาฟังไม่ผิด เห็นคนน่ารักมองกลับมาด้วยใบหน้าสีระเรื่อ ก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดจะล้อเล่นแน่นอน
ไม่รู้ว่าความดีใจมันถาโถมออกมาจากไหน แต่ตอนนี้หัวใจของเขามันพองโตซะจนใกล้จะระเบิดออกมาอยู่แล้ว
“อื้อ...ได้อยู่แล้ว!”
ฉีกยิ้มกว้างออกมามากถึงมากที่สุด รีบตอบตกลงด้วยอาการดี๊ด๊าสุดฤทธิ์ มีรึที่เขาจะปฏิเสธ
“งั้นก็เดินไปสิ ถ้ามัวแต่จ้องหน้าฉันแล้วจะได้กลับบ้านไหมเล่า!!!”
โกคุเทระตวาดใส่ ใบหน้าหวานรีบหันหนีสายตาของร่างสูง ทั้งๆที่โหนกแก้มทั้งสองข้างยังคงเป็นสีแดงระเรื่อไม่ต่างจากยามาโมโตะมากเท่าไหร่
หัวเราะคิกคักเบาๆ ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าเดินข้างๆร่างบางที่ยังบ่นอุบอิบไม่ยอมหยุด จำได้ว่าไม่เคยอารมณ์ดีแบบนี้มานานมากแล้ว
อาสาถือกระเป๋าใบโตของร่างบางให้ แต่เมื่อเขารับมันมาถือร่างสูงถึงกับต้องทรุดลงนั่ง
ครวญครางในใจว่ามันหนักเป็นบ้า ก่อนที่มือหนาจะฝืนยกมันขึ้นมาสะพายหลัง
แอบเห็นรอยยิ้มสะใจของโกคุเทระที่ส่งมาให้ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกลับไป
.......................เอาเถอะ..
.....ถือว่านี่เป็นการเซอร์วิสจากเขาก็แล้วกัน...
09.30 am. 12/01/xxxx
ให้ตายสิ....
แข็งใจตื่นเช้าได้แค่เดือนครึ่งเท่านั้น พอมาถึงเดือนที่สองนิสัยขี้เซาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว
ขายาวเดินอย่างอืดอาดมาหยุดตรงม้านั่งตัวที่เคยนั่งเป็นประจำ
พักหลังๆมานี้ยามาโมโตะตื่นแต่เป็นประจำ พอได้มาสายๆดูบ้าง ชักรู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้............
ลอบถอนหายใจ พลางค่อยๆทิ้งตัวลงบนม้านั่งอย่างเบื่อหน่าย
............ไม่ได้เจอหน้าโกคุเทระเกือบอาทิตย์นึง
คิดถึงจนใกล้จะบ้าอยู่แล้วนะ...........!!!
มือหนายกขึ้นมายีหัวด้วยความหงุดหงิด เหลือบมองรอบๆตัวก็ดูเหมือนทุกๆอย่างจะดูขวางหูขวางตาไปซะหมด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน นี่ขาเป็นบ้าอะไรเนี้ย...?
“โธ่เว้ย!”
สบถออกมาเสียงดังลั่น โดยไม่คิดจะสนใจสายตาของคนรอบข้าง
ใบหน้าคมแหงนขึ้นมองเพดานสันวลที่ชานชลา เกยคอกับพนักพิงก่อนจะหลับตาลง ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนน้อยๆบนม้านั่ง
แอบหรี่ตามองบุคคลที่มาใหม่ แล้วก็ต้องตกใจจนตัวลอย เมื่อพบว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆไม่ใช่ใครที่ไหน นอกซะจากร่างบางคนที่ตัวเองกำลังคิดถึงอยู่.........!
“เป็นบ้าอะไรของแก หงุดหงิดแต่เช้าเลยนะ”
เสียงหวานที่อยากฟังมาทั้งอาทิตย์แกล้งแซว ในขณะที่คนฟังยังคงขำไม่ออก
ยามาโมโตะตาค้าง เผลอนั่งมองใบหน้านั้นอย่างลืมตัว
ร่างบางทำท่าจะบ่นต่อ แต่ร่างสูงกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกซะจาก..........
..........เสียงหัวใจของตัวเอง...
“นาย...ตื่นสายเหรอ?”
ถามออกไปอย่างมึนงง แต่โกคุเทระกลับตีหน้ายักษ์ใส่
“ฉันเนี้ยนะตื่นสาย!? แกต่างหากล่ะที่ตื่นสาย ไม่รู้รึไงว่าทำให้คนอื่นเขาต้องมานั่งรอตั้ง 2 ชั่วโมงเชียวนะ”
โกคุเทระตะโกนใส่เหมือนคนสติแตก แต่ยามาโมโตะกลับไม่ได้ใส่ใจ ในเมื่อตอนนี้ความดีใจมันแทบจะล้นทะลักออกมาอยู่แล้ว
“......นายรอฉันอยู่เหรอ”
ร่างสูงถามอีกฝ่ายพลางอมยิ้มน้อยๆ ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับผงะ คำว่า ’ซวยแล้วๆ’ ผุดขึ้นมาในใจเป็นล้านรอบ ดูเหมือนว่ายิ่งพูดก็ยิ่งขุดหลุมฝังศพตัวเอง ร่างบางจึงตัดสินใจกลบเกลือนอีกคนด้วยท่าทางไม่รู้ไม่ชี้แทน
“ใครรอ! ฉะๆๆๆ ฉันไม่ได้รอแกซักหน่อย!”
ถึงคนข้างๆจะตีหน้าตายปฏิเสธยังไง รอยยิ้มกว้างก็ยังไม่หายไปจากใบหน้าคมอยู่ดี
“ก็ๆๆๆๆ ฉันไม่เห็นหน้ากวนประสาทของแกตั้งอาทิตย์นึง ก็ๆๆ ก็เลยกลัวว่าแกจะป่วยตายไปซะก่อน!”
ยิ่งพูดใบหน้าหวานก็ดูเหมือนจะแดงมากขึ้น จะให้แถยังไงมันก็ยังดูเป็นคำโกหกที่ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี
“นี่! ที่พูดมา ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นห่วงหรอกนะ รู้ไว้ซะด้วย!”
......บ้าจัง......ไม่เคยได้ยินคำพูดประโยคไหนที่น่าฟังเท่านี้มาก่อนเลย...............
เขายิ้มไม่พูดอะไร ได้แต่นั่งฟังเสียงโวยวายกับจ้องมองใบหน้าสวยที่แดงซ่านนั่นอย่างไม่รู้เบื่อ
“งี่เง่า! นี่แกฟังฉันพูดอยู่รึปะ...อ๊ะ!?”
นัยตาสีมรกตเบิกกว้าง ทันทีที่ยามาโมโตะดึงร่างบางเข้าไปกอดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สมองน้อยๆเหมือนเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ เกิดอาการเป็นใบ้กินไปสิบวิ หัวใจเต้นตึกตักเหมือนมันจะหลุดออกมาจากอก ที่สำคัญใบหน้าน่ารักแดงซะจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้ว.........
“ปะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้า!”
พยายามต่อต้านอีกฝ่าย แต่ร่างกายก็เหมือนไม่ใช่ของตัวเอง มือบางพยายามทุบไหล่หนา แต่ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมด ตั้งใจจะตะโกนด่าดังๆ แต่น้ำเสียงที่ออกมาก็กลับเบาหวิว
สุดท้าย........ฝ่ายที่ต้องยอมโดนกอดแต่โดยดีก็ไม่พ้นเป็นโกคุเทระอีกจนได้.............
“คิดถึงนายโกคุเทระที่สุดเลย.........”
รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น คิ้วเรียวขมวดติดกันเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรซักอย่าง
ถึงจะน่าเจ็บใจ แต่ริมฝีบางบางก็อดอมยิ้มน้อยๆให้กับคำพูดของคนตัวสูงไม่ได้
......................บ้าที่สุด....
...........จะหยวนๆให้แค่ครั้งนี้ก่อนก็ได้............!
“ทำไมแกไม่หัดตื่นเช้าให้เร็วกว่านี้ห๊ะ ไอ้ขี้เซา!”
นัยน์ตาสีมรกตเหล่มองทางเขาเหมือนจะตัดพ้อ
“อ่า...ทำไงได้ล่ะ ก็ฉันทำแบบนี้จนมันเป็นนิสัยไปแล้วนี่~”
เขาพูดพลางหัวเราะด้วยอาการลิงโลดผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ แอบได้ยินเสียงเดอะลิ้นไม่พอใจของอีกคนเป็นระยะๆ
“ชิ! งั้นก็เชิญแกมาสายไปคนเดียวตลอดชาติเถอะ!”
เสียงหวานประชดประชันใส่ ร่างบางทำท่าจะเดินหนีร่างสูงไปทางอื่น แต่ก็โดนมือใหญ่อันอบอุ่นคว้าเอาไว้ซะก่อน
โกคุเทระชะงัก ใบหน้าหวานหันกลับมามองยามาโมโตะพร้อมๆกับแก้มใสเจือด้วยสีชมพูอ่อน
ริมฝีปากหนาส่งยิ้มสดใสให้ เขาจะยกมือมาลูบหัวตัวเอง ก่อนจะเสมองไปทางอื่น พร้อมๆกับพูดประโยคนึงที่ทำให้หน้าตัวเองแดงอย่างไม่มีสาเหตุ
“บางที.....ถ้านายโทรมาปลุกฉันทุกๆเช้า ฉันอาจจะตื่นเร็วกว่านี้ก็ได้นะ...”
และนี่ก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น...................
happy end (?)
..............................จบแล้วววววววววววว~
จบจริงๆค่ะ เรื่องมันทำท่าหมือนจะมีต่อนะ แต่สรุปก็คือที่เหลืออาจจะต้องไปจิ้นกันเอาเองต่อนะค้ะ
สำหรับในเอ็นทรี่นี้เป็นเอ็นทรี่ตั้งใจทำไว้ฉลองวันเกิดให้ท่านพี่คนนึง
เอาเป็นว่า...........
HAPPY BIRTHDAY นะค้ะพี่กวาง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! (ย้อนหลัง)
(ขอโทษจริงๆค่ะ ที่ทำของขวัญชิ้นนี้ออกมาได้ช้าสุดๆๆๆๆๆ เนื่องจากว่ามีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้มาอวยพรช้า เพราะงั้นถือว่านี่เป็นการให้ของขวัญวันเกิดย้อนหลังก็แล้วกันนะค้ะ)
งืมๆๆๆๆๆๆๆๆ ต่อไปก็......................

แต่นแต้น~ ส่วนตัวแล้วก็ไม่รู้ว่ามันคือ fanart รึเปล่านะ (เพราะส่วนตัวแล้ววาดรูปผู้ชายไม่เก่ง)
เป็นผลงานที่ดั้นด้นวาดออกมาด้วยความลำบากจริงๆค่ะ
ตอนแรก จขบ. ก็ว่าจะลงสีใน photoshop เลย แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าพรุ่งนี้ติดสอบตั้ง 6 วิชารวด
บร๊ะเจ้า!!!!!!!!
และด้วยความรีบ+ความขี้เกียจ ก็ทำให้รูปมันออกมาเป็นเช่นนี้แล...............
ถึงพี่กวาง : เนื่องจากไม่สามารถจับก๊กส่งไปที่บ้านได้(เพราะไม่มีที่อยู่?) เค้าก็เลยจับก๊กผูกโบว์ส่งให้ทางเว็บแทน(?)นะค้ะ
เอาเป็นว่าเอนทรี่นี้ก็มีเนื้อหาเพียงเท่านี้ แล้วเจอกันเอ็นทรี่หน้านะค้า~
(เฮ้ย!!! แล้วเรื่องลงโดจินล่ะ!!!)
ปล.รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นการอัพบล็อกที่ดูเผาๆและเร่งรีบจริงๆ